วันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2560

คิด อ่าน เขียน


พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต


ว่าด้วยเรื่อง ป่าท่องหงอกากี่ ชินวิถีชาว ภูเก็ต

ประวัติความเป็นมา
ประเทศไทยพบสถาปัตยกรรมจีน-โปรตุเกสได้ในจังหวัดภูเก็ตรวมถึง จังหวัดระนอง กระบี่ ตะกั่วป่า พังงา หรือตรัง และ สตูล ซึ่งอาคารส่วนใหญ่สร้างในสมัยของพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลภูเก็ต ในช่วงปี พ.ศ. 2444 - 2456 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ภูเก็ตในสมัยนั้นมีความสัมพันธ์ทางด้านการค้ากับปีนัง อาคารแบบจีน-โปรตุเกสได้ถูกสร้างขึ้นโดยนักธุรกิจชาวจีนที่มีความร่ำรวยจากการทำธุรกิจเหมืองแร่ดีบุก
เมื่อปี พ.ศ. 2537 ทางเทศบาลนครภูเก็ต รวมทั้งหน่วยงานจากภาครัฐและองค์กรเอกชน องค์กรท้องถิ่นในเมืองภูเก็ต ได้ร่วมกันพัฒนาและอนุรักษ์ย่านเมืองเก่าขึ้นมา มีการกำหนดให้พื้นที่ประมาณ 210 ไร่ ซึ่งครอบคลุมถนนรัษฎา ถนนพังงา ถนนเยาวราช ถนนกระบี่ ถนนดีบุก ถนนถลาง ถนนเทพกระษัตรี ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม โดยออกเป็นประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีการควบคุมให้พื้นที่อนุรักษ์นี้ ให้มีความสูงอาคารได้ไม่เกิน 12 เมตร และยังได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาอาคารในรูปแบบดั้งเดิมไว้ อย่างเช่นมีการให้เว้นช่องทางเดินด้านหน้า และคงรูปแบบอาคารลักษณะจีน-โปรตุเกสไว้ เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ต

สิ่งที่ได้ 

อาเขต เป็นองค์ประกอบสำคัญ มันเป็นสมบัติสาธารณะ ให้ใครต่อใครเดินผ่าน ฝนตกไม่เปียก แดดจ้าก็ไม่ร้อน ให้ร่มเงา แต่วันนี้อาคาร บ้านเรือน แทบทั้งหมด กั้นเขตเป็นของตัวเอง แบ่งเป็นพื้นที่ของใครของมัน ทำให้อาเขตในอาคารชิโน-โปรตุกีสได้หายไป กลายเป็นพื้นที่มี“อาณาเขต”แทน พร้อมๆกับน้ำใจที่หดหายไปด้วย


จัดทำโดย

นาย ธันนะกร อินทะเรือง เลขที่ 17

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น